สำหรับเจ้าของธุรกิจ “สภาพคล่อง” คือหัวใจสำคัญของการดำเนินกิจการ เพราะแม้ธุรกิจจะมีลูกค้า มียอดขาย หรือมีสินทรัพย์อยู่ในมือ แต่หากเงินสดหมุนเวียนไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้ธุรกิจสะดุดได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าวัตถุดิบ ค่าแรงพนักงาน ค่าเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง การขยายกิจการ หรือการปิดภาระหนี้เดิมที่มีต้นทุนสูง
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่สรุปสถานการณ์ SME ไทย ณ ไตรมาส 3 ปี 2568 ระบุว่า ปี 2567 ประเทศไทยมี SME ประมาณ 3.25 ล้านราย และ SME ก่อให้เกิดการจ้างงานประมาณ 68.81% ของการจ้างงานทั้งหมด และขับเคลื่อนเศรษฐกิจคิดเป็นประมาณ 34.50% ของ GDP ประเทศ
ดังนั้น การบริหารเงินทุนของ SME จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้าของกิจการ แต่ยังเกี่ยวข้องกับพนักงาน คู่ค้า ครอบครัว และความต่อเนื่องของธุรกิจโดยรวม
หลายธุรกิจมี “ที่ดิน บ้าน อาคารพาณิชย์ สำนักงาน หรืออสังหาริมทรัพย์” อยู่แล้ว แต่ไม่อยากขายทรัพย์สินออกไป เพราะมองว่าเป็นทรัพย์สำคัญของครอบครัวหรือกิจการ คำถามคือ ถ้ามีที่ดินอยู่ในมือ แต่ต้องการเงินด่วน เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน จะมีทางเลือกอื่นนอกจากการขายทรัพย์หรือไม่?
สินเชื่อโฉนดแลกเงิน เพื่อธุรกิจ SME มีที่ มีทุน ธนาคาร TISCO คือแนวคิดที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นโอกาสในการใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ โดยนำที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นหลักประกัน เพื่อขอสินเชื่อสำหรับธุรกิจ ไม่ว่าจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง รีไฟแนนซ์ รวมหนี้ หรือลงทุนต่อยอดกิจการ โดยไม่จำเป็นต้องขายทรัพย์ออกไปทันที
มีที่มีทุน TISCO คืออะไร
มีที่มีทุน TISCO คือแนวทางสินเชื่อเพื่อธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ ที่มีอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ้าน อาคารพาณิชย์ สำนักงาน หรือคอนโดมิเนียม และต้องการเปลี่ยนมูลค่าของทรัพย์สินเหล่านั้นให้เป็นเงินทุนสำหรับธุรกิจ
สินเชื่อโฉนดแลกเงินเพื่อธุรกิจของธนาคารทิสโก้เป็นสินเชื่อระยะยาว หรือ Term Loan สำหรับวัตถุประสงค์ด้านการประกอบธุรกิจ โดยรับอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เป็นหลักประกันด้วยการจดจำนอง และสื่อสารแนวคิด “SME มีที่ = มีทุน” เพื่อใช้หมุนเวียนธุรกิจหรือรวมหนี้ลดค่างวด สนับสนุนให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อไปได้
สินเชื่อโฉนดแลกเงินเพื่อธุรกิจที่ TISCO
รวมแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ SME จุดสำคัญ คือ เจ้าของธุรกิจไม่ได้ขายทรัพย์ออกไป แต่ใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ โดยกรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของปัจจุบัน เพื่อให้ธุรกิจมีเงินทุนสำหรับดำเนินงาน วางแผนขยายกิจการ หรือจัดการภาระหนี้เดิมให้เป็นระบบมากขึ้น
ทำไมเจ้าของธุรกิจถึงไม่ควรมอง “การขายที่ดิน” เป็นคำตอบแรกเสมอไป
เมื่อธุรกิจต้องการเงินก้อน การขายที่ดินเพื่อให้ได้เงินเร็ว อาจทำให้เจ้าของธุรกิจขายได้ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ดินมาก หรือหากต้องการขายให้ได้ในราคาที่สูง ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการขายนาน ได้เงินไม่ทันกับค่าใช้จ่ายที่รออยู่ อีกทั้งยังสูญเสียกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นทันทีเมื่อขายได้ หากในอนาคตต้องการใช้ที่ดิน อาคาร หรือพื้นที่ดังกล่าวต่อยอดธุรกิจ ก็อาจไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก หรืออาจต้องซื้อกลับในราคาที่สูงขึ้นกว่าตอนขายมาก
ขณะที่ มีที่มีทุน TISCO เป็นอีกทางเลือกสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการใช้มูลค่าของทรัพย์สินเพื่อเสริมสภาพและยังรักษากรรมสิทธิ์บนทรัพย์สินไว้ได้ตามเงื่อนไขของสัญญา
ในภาวะที่ธุรกิจต้องแบกรับต้นทุนและบริหารกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ เจ้าของธุรกิจควรมองเงินทุนไม่ใช่แค่ “เงินก้อน” แต่ควรมองว่าเงินก้อนนั้นจะช่วยให้ธุรกิจเดินต่อ เติบโต หรือลดภาระทางการเงินได้จริงหรือไม่
ทำไมเรื่องเงินทุนของ SME จึงสำคัญ
อ้างอิงข้อมูลจากรายงานสรุปสถานการณ์ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า “จากผลการสำรวจของ สสว. พบว่า ณ ไตรมาส 3 ปี 2568 กลุ่มธุรกิจรายย่อยยังเน้น การพึ่งพาแหล่งเงินทุนทั้งจากในและนอกระบบ ส่งผลให้ยังต้องเผชิญต้นทุนการกู้ยืมที่สูง ส่วนใหญ่จะ อยู่ในช่วง 6%-9% ขณะที่ธุรกิจขนาดกลาง สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินในระบบได้ทำให้ได้รับต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำโดยเปรียบเทียบ ซึ่งอยู่ในช่วง 2%-5%”
จากข้อมูลดังกล่าว สะท้อนว่า SME ยังเผชิญความท้าทายด้านเครดิตและการเข้าถึงเงินทุน เจ้าของธุรกิจจึงควรวางแผนการใช้สินเชื่อให้รอบคอบก่อนขอสินเชื่อ พิจารณาทั้งความจำเป็น วัตถุประสงค์การใช้เงิน และความสามารถในการชำระคืนในระยะยาว
มีที่มีทุน TISCO เหมาะกับเจ้าของธุรกิจแบบไหน
มีที่มีทุน TISCO เหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่มีอสังหาริมทรัพย์และต้องการเงินทุนเพื่อเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น
เจ้าของธุรกิจที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน
เหมาะกับธุรกิจที่มีรอบเงินสดไม่สมดุล เช่น ต้องจ่ายค่าวัตถุดิบก่อน ได้รับเงินจากลูกค้าทีหลัง หรือมีคำสั่งซื้อเพิ่มแต่ยังไม่มีเงินสำรองเพียงพอ
- เจ้าของธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการ ขยายธุรกิจ เปิดสาขาใหม่ ซื้อเครื่องจักร เพิ่มสต๊อกสินค้า ปรับปรุงหน้าร้าน หรือเพิ่มกำลังการผลิต
- เจ้าของธุรกิจที่ต้องการรีไฟแนนซ์หนี้เดิม เหมาะกับผู้ประกอบการที่มีภาระหนี้เดิมและต้องการปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงิน หรือบริหารกระแสเงินให้เหมาะสมขึ้น เช่น รีไฟแนนซ์จากหนี้เดิมที่ดอกเบี้ยแพงกว่า ให้ดอกเบี้ยถูกลง ลดต้นทุนทางการเงิน หรือรีไฟแนนซ์เพื่อยืดระยะเวลาผ่อนชำระให้นานขึ้น ช่วยให้ค่างวดเบาลง กระแสเงินของกิจการคล่องตัวขึ้น
- เจ้าของธุรกิจที่ต้องการรวมหนี้หลายก้อน เหมาะกับธุรกิจที่มีหนี้จากหลายแหล่งและต้องการรวมภาระหนี้ให้บริหารง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนในการจ่ายค่างวด
- เจ้าของธุรกิจที่ต้องการไถ่ถอนทรัพย์จากภาระเดิม เหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนเพื่อไถ่ถอนทรัพย์จากธุอรกรรมขายฝากหรือภาระทางการเงินอื่น
หรือเงินลงทุน ผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์เพื่อรวมหนี้ ลดภาระดอกเบี้ย ลดภาระค่างวด หรือปิดหนี้นอกระบบ รวมถึงผู้ที่ต้องการเงินเพื่อไถ่ถอนทรัพย์จากธุรกรรมขายฝาก ก่อนตัดสินใจใช้ที่ดินแลกเงินทุน เจ้าของธุรกิจควรประเมิน 5 เรื่องนี้
1.ต้องการเงินทุนไปใช้ทำอะไร
ควรกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนว่าเงินก้อนนี้จะนำไปใช้เพื่ออะไร เช่น หมุนเวียนธุรกิจ ซื้อสินค้า ขยายกิจการ รีไฟแนนซ์ หรือรวมหนี้ เพราะวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนจะช่วยให้ประเมินวงเงินที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น
2.เงินทุนที่กู้จะสร้างรายได้กลับมาอย่างไร
หากกู้เงินเพื่อขยายธุรกิจ ควรประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน หรือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าเงินกู้ไม่ได้เป็นเพียงภาระ แต่เป็นเงินทุนที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต
3.กระแสเงินสดรองรับค่างวดรายเดือนได้หรือไม่
พิจารณาภาระหนี้ทั้งหมดและเงินเหลือสุทธิหลังหักภาระผ่อนชำระ เจ้าของธุรกิจจึงควรประเมินรายรับ รายจ่าย กำไรสุทธิ และความผันผวนของยอดขายก่อนตัดสินใจกู้สินเชื่อ
4.ภาระหนี้เดิมมีมากน้อยแค่ไหน
หากมีหนี้หลายก้อน ควรพิจารณาต้นทุนดอกเบี้ย ค่างวดรวม และเงื่อนไขของหนี้แต่ละประเภท การรีไฟแนนซ์หรือรวมหนี้อาจช่วยให้บริหารง่ายขึ้น แต่ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียม ระยะเวลาผ่อนชำระ และเงื่อนไขสินเชื่อให้ครบถ้วน ก่อนการรีไฟแนนซ์
5.มีแผนสำรองหากรายได้ธุรกิจผันผวนหรือไม่
พิจารณาแผนรองรับความเสี่ยงเพิ่มเติม ธุรกิจอาจเผชิญความไม่แน่นอน เช่น ยอดขายลดลง ต้นทุนเพิ่มขึ้น หรือการรับเงินจากลูกค้าล่าช้า เจ้าของธุรกิจจึงควรมีแผนสำรอง เพื่อให้ยังสามารถบริหารภาระหนี้ได้แม้ในช่วงที่รายได้ไม่เป็นไปตามคาด
หลักประกันแบบไหนใช้กับมีที่มีทุน TISCO ได้บ้าง
หลักประกันที่ใช้ประกอบการขอสินเชื่อโฉนดแลกเงินเพื่อธุรกิจ SME มีที่ มีทุน ได้แก่ ที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ สำนักงาน และคอนโดมิเนียม โดยหลักประกันต้องตั้งอยู่ในประเทศไทย ยกเว้นบางพื้นที่ตามเงื่อนไขของธนาคาร และต้องเป็นเอกสารสิทธิ์ประเภทโฉนดที่ดิน (น.ส.4) หรือเอกสารสิทธิ์อาคารชุด (อ.ช.2)
ดังนั้น หากเจ้าของธุรกิจมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในมือ ไม่ว่าจะปลอดภาระหรือติดภาระกับสถาบันการเงินอื่น ก็อาจนำมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร
ทำไมต้องเลือกสินเชื่อโฉนดแลกเงินเพื่อธุรกิจ TISCO
จากข้อมูลหน้าเว็บบริการ สินเชื่อโฉนดแลกเงินเพื่อธุรกิจของ TISCO มีจุดเด่นหลัก ได้แก่ วงเงินสูงสุด 50% ของราคาประเมินหลักประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 120 เดือน การแปลงสินทรัพย์เป็นเงินทุนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้ธุรกิจ และการตอบโจทย์กรณีรวมหนี้เพื่อลดภาระค่างวดหรือปิดหนี้นอกระบบ
บริการมีที่มีทุน TISCO วงเงินกู้สูงสุดถึง 30 ล้านบาท โดยพิจารณาวงเงินสูงสุด 50% ของราคาประเมินมูลค่าหลักประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 120 เดือน อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว โดยเริ่มต้นอ้างอิงตามอัตราดอกเบี้ย MLR ของธนาคารทิสโก้ และมีค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด
เอกสารที่ควรเตรียมเบื้องต้น
เพื่อให้การขอสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่น เจ้าของธุรกิจควรเตรียมเอกสารเบื้องต้น เช่น หนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม รายชื่อผู้ถือหุ้น งบการเงินล่าสุด Statement บัญชีย้อนหลัง เอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง รูปถ่ายและแผนที่ตั้งกิจการ รวมถึงเอกสารสิทธิ์ของหลักประกัน เช่น โฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์อาคารชุด โดยรายการเอกสารจริงอาจแตกต่างกันตามประเภทผู้ขอสินเชื่อและเงื่อนไขของธนาคาร ส่วนขั้นตอนการสมัครเพียงกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.tisco.co.th จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อแนะนำข้อมูล
มีที่ดิน ต้องการเงินทุน ไม่จำเป็นต้อง “ขายที่ดิน” เสมอไป
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อยู่ในมือ การขายทรัพย์อาจไม่ใช่ทางเลือกเดียวเมื่อต้องการเงินทุน เพราะการใช้ทรัพย์เป็นหลักประกันสินเชื่อ อาจช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงเงินทุนก้อนใหม่ โดยยังมีโอกาสรักษาทรัพย์สินไว้ตามเงื่อนไขของสัญญา มีที่มีทุน TISCO จึงเหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นเงินทุน เพื่อใช้หมุนเวียนกิจการ ขยายธุรกิจ รีไฟแนนซ์ รวมหนี้ หรือเสริมสภาพคล่องในช่วงที่ธุรกิจต้องการเงินทุนเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม การขอสินเชื่อควรเริ่มจากการประเมินความจำเป็น วัตถุประสงค์การใช้เงิน และความสามารถในการชำระคืนอย่างรอบคอบ เพื่อให้เงินทุนที่ได้รับช่วยเสริมความแข็งแรงให้ธุรกิจ ไม่กลายเป็นภาระในระยะยาว หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีที่ดิน บ้าน อาคารพาณิชย์ สำนักงาน หรืออสังหาริมทรัพย์ และกำลังมองหาเงินทุนเพื่อหมุนเวียนกิจการ ขยายธุรกิจ รีไฟแนนซ์ หรือรวมหนี้ สามารถศึกษารายละเอียด มีที่มีทุน TISCO และกรอกข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม หรือโทร 02-633-7222
ขอบคุณข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
เงื่อนไขสินเชื่อและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
มีที่ มีทุน
ผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อโฉนดเพื่อธุรกิจ มีที่ มีทุน ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่












