หลายคนมักได้ยินคำว่า “หุ้นปันผล” และ “หุ้นเติบโต” อยู่เสมอ โดยในโลกออนไลน์ในระยะหลังๆ เริ่มมีการพูดคุยถึงการลงทุนในหุ้นปันผลเพื่อสร้าง passive income กันมากขึ้น แต่จริงๆ แล้ว หุ้นปันผลอาจไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน
ก่อนอื่น เราควรเข้าใจว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นโดยทั่วไปมาจาก 2 แหล่งหลัก ได้แก่ เงินปันผล (Dividend) และ กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gains)โดยเงินปันผลคือส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทจ่ายคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ขณะที่กำไรจากส่วนต่างราคาเกิดจากการที่มูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้นจนราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต แม้ว่าทั้งสองจะเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนเหมือนกัน แต่ลักษณะของหุ้นที่เน้นผลตอบแทนแต่ละแบบอาจแตกต่างกัน
หุ้นปันผล มักเป็นบริษัทที่มีธุรกิจมั่นคง สร้างกำไรได้สม่ำเสมอ และนำกำไรบางส่วนมาจ่ายให้ผู้ถือหุ้นเป็นประจำ จุดเด่นคือช่วยสร้างกระแสเงินสดระหว่างทาง และมักมีความผันผวนน้อยกว่าหุ้นที่เติบโตเร็ว ส่วนหุ้นเติบโตมักเป็นบริษัทที่ยังมีโอกาสขยายธุรกิจได้อีกมาก บริษัทอาจเลือกนำกำไรกลับไปลงทุนต่อเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต แทนที่จะจ่ายปันผลสูง ผู้ลงทุนจึงคาดหวังผลตอบแทนจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก
แล้วผู้ลงทุนแต่ละช่วงวัยควรเลือกแบบไหน?
สำหรับคนอายุน้อยหรือผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน โดยเฉพาะสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ยังเหลือเวลาอีก 20-30 ปีก่อนเกษียณ การให้ความสำคัญกับหุ้นเติบโตอาจมีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากยังมีเวลามากพอที่จะรอให้ธุรกิจเติบโตและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แม้ว่าราคาหุ้นอาจผันผวนในบางช่วง แต่ระยะเวลาที่ยาวนานช่วยให้สามารถผ่านความผันผวนเหล่านั้นไปได้
ในช่วงวัยสร้างตัว เป้าหมายสำคัญมักเป็นการสะสมความมั่งคั่งหรือการเพิ่มมูลค่าเงินออมเพื่อเกษียณ การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเติบโตสูงจึงอาจช่วยให้เงินลงทุนมีโอกาสขยายตัวได้มากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ในทางกลับกัน เมื่ออายุมากขึ้นและเข้าใกล้ช่วงเกษียณ ระยะเวลาลงทุนที่เหลืออยู่เริ่มสั้นลง ความสำคัญของการรักษาเงินออมที่สะสมมาตลอดชีวิตจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผู้ลงทุนจำนวนมากจึงเริ่มลดความเสี่ยงและให้ความสำคัญกับการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอมากขึ้น ในช่วงนี้ หุ้นปันผลอาจมีบทบาทมากขึ้นในพอร์ตการลงทุน เพราะนอกจากจะยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตของราคาหุ้นแล้ว ยังมีโอกาสได้รับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เกษียณแล้วหรือกำลังจะเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า กระแสเงินสดจากเงินปันผลอาจช่วยเสริมรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และลดความจำเป็นในการขายสินทรัพย์ออกมาใช้ในช่วงที่ตลาดผันผวน ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ความผันผวนที่ต่ำกว่าของหุ้นปันผลก็จะช่วยลดความผันผวนของผลตอบแทน สำหรับผู้ที่อาจมีระยะเวลาการลงทุนที่สั้นลงตามอายุ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อเกษียณไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกเพียงหุ้นปันผลหรือหุ้นเติบโตอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ในความเป็นจริง ผู้ลงทุนจำนวนมากสามารถได้รับประโยชน์จากการผสมผสานทั้งสองประเภทเข้าด้วยกัน โดยผู้ที่ยังเหลือเวลาอีกยาวนานก่อนเกษียณอาจให้น้ำหนักกับหุ้นเติบโตมากกว่าเพื่อมุ่งสร้างความมั่งคั่ง ขณะที่ผู้ที่ใกล้เกษียณอาจค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนหุ้นปันผลเพื่อสร้างความมั่นคงและกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีหุ้นประเภทใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะสิ่งที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับช่วงชีวิตและเป้าหมายของแต่ละบุคคล การวางแผนลงทุนเพื่อเกษียณจึงไม่ใช่การเลือกระหว่างหุ้นปันผลกับหุ้นเติบโต แต่เป็นการเลือกสัดส่วนที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เงินออมที่สะสมมาตลอดการทำงานสามารถเติบโตและช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณได้ตามที่ตั้งใจไว้















