กลุ่มทิสโก้เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรก ปี 2569

ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของรายได้รวมจากการดำเนินงาน โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 5.2% ตามต้นทุนเงินฝากที่ทยอยปรับลดลงในช่วงดอกเบี้ยขาลง ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.7% จากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) เพิ่มขึ้น 6.3% ประกอบกับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเติบโตจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่วงที่ตลาดทุนฟื้นตัว นอกจากนี้ รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กลับมาขยายตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นจากการเติบโตธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและธุรกิจกองทุนรวม ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.9% โดยยังคงดำเนินการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) อยู่ที่ 1.0% ของสินเชื่อเฉลี่ย สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ที่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROAE) อยู่ที่ 16.4%

สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทงวดไตรมาส 3 ของปี 2569 มีจำนวน 1,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาส 3 ของปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ปรับตัวลดลง สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานอ่อนตัวลง โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่ลดลงจากปีก่อนหน้า ในส่วนของธุรกิจหลัก รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.2% จากต้นทุนเงินฝากที่ลดลง ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฟื้นตัวจากธุรกิจตลาดทุนที่ขยายตัวตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้น

 เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 มีจำนวน 238,493 ล้านบาท เติบโต 1.2% จากสิ้นปี 2568 จากสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV)  และส่วนแบ่งตลาดของธนาคารทิสโก้ที่ขยายตัวมาอยู่ที่ 7.0% นอกจากนี้ สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อ SME ขยายตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เติบโต ทั้งนี้ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% ของสินเชื่อรวม สะท้อนแผนการเติบโตของสินเชื่อที่รัดกุม และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทมีค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 192.5%

ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.1% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.0% และ 2.1% ตามลำดับ

Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้คุณสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ คุณไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า