ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เริ่มต้นปี 2026 อย่างโดดเด่น โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงเดือน ก.พ. ตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นมาแล้วมากกว่า 10% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 20% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
หากพิจารณากระแสเงินทุน (Fund Flow) จะพบว่า นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้เข้ามาซื้อหุ้นไทยในปีนี้เป็นหลัก โดยยอดซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ราว 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงขาลงของตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2023 นั้น ในทุกปีจะพบว่าเกิดจากแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉลี่ยปีละมากกว่า 1 แสนล้านบาท แต่ในปีนี้กลับพบว่ามีเม็ดเงินซื้อสุทธิในระดับที่มีนัยสำคัญตั้งแต่ต้นปี สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตชะลอลงจากปีที่แล้ว โดยอาจโตต่ำกว่าระดับ 2%
การเปลี่ยนแปลงปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคระหว่างประเทศในปีนี้ถือเป็นประเด็นหลักที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะเรื่องของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Tension) นำโดยสหรัฐฯ กับประเทศสำคัญอื่นๆ โดยเฉพาะกับประเทศในฝั่งตะวันตก จึงมีการคาดหมายว่าประเทศในฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีความเป็นกลาง อาทิ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจได้รับอานิสงค์จากการที่หลายประเทศต้องลดการพึ่งพิงสหรัฐฯ ลงเพื่อจุดประสงค์ในการกระจายความเสี่ยง ในแง่ของกระแสเงินทุนเองก็เช่นกัน โดยในตลาดมีการคาดหมายถึงแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงการลดการถือครองสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์ฯ หลักจากนี้ โดยกระแสเงินทุนส่วนหนึ่งในปีนี้ได้เคลื่อนย้ายมายังตลาดหุ้นในประเทศเกิดใหม่อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ โดยเฉพาะทองคำ
ในส่วนของตลาดหุ้นไทยเองก็มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวเช่นกัน โดยจุดเด่นเรื่องของอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่จูงใจ โดยเฉพาะจากบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ซึ่งมีฐานะทางการเงินที่เข้มแข็ง พร้อมทั้งการประกาศซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียนในวงกว้าง รวมถึงระดับ Valuation ของ SET Index ในข่วงขาลงที่ผ่านมาที่ใกล้เคียงกับมูลค่าทางบัญชี ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงขาลงของตลาดหุ้นไทยค่อนข้างจำกัด นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังสามารถคาดหวังความเสี่ยงขาขึ้น (Upside risk) จากปัจจัยเรื่องการเมืองในประเทศ หลังการเลือกตั้งทั่วไปที่ผลลัพธ์ออกมาทำให้ตลาดคาดการณ์ได้ว่าจะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ รวมถึงความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนไทยผ่านนโยบายต่างๆ ของทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เป็นตามมาตรฐานสากลมากขึ้น ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องการซื้อขายให้ปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
โดยสรุปแล้ว ในปีนี้ตลาดหุ้นไทยดูมีความน่าสนใจมากขึ้นหลังจากเผชิญกับภาวะขาลงมาหลายปี และเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนจากปัจจัยนอกประเทศ รวมถึงปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวดังที่กล่าวไปข้างต้น












