ปี 2025 ที่ผ่านไป เป็นปีที่การลงทุนในต่างประเทศให้ผลตอบแทนดีอีกหนึ่งปี ต่อเนื่องจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี แต่จากผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ไม่มากเท่าการคาดการณ์ในช่วงแรก ร่วมกับแรงหนุนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของกำไรบริษัทในตลาด หรือนโยบายการเงินที่มีทิศทางผ่อนคลายลงทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวสูงขึ้นตลอดช่วงครึ่งหลังของปี
ในปี 2026 เราคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังสามารถขยายตัวได้ต่อ โดยอาจะชะลอตัวลงจากความไม่แน่นอนเชิงนโยบายด้านภาษีศุลกากร และมีความเสี่ยงที่สำคัญ คือความไม่แน่นอนในด้านการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากทางสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมประเทศเวเนซูเอลาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก จากปริมาณการผลิตน้ำมันของเวเนซูเอลาที่ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับอุปทานในตลาดโลก แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะระหว่างกลุ่มประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ รัสเซีย และจีน
ในด้านตลาดหุ้นนั้น ยังมีทั้งปัจจัยบวกและลบต่อแนวโน้มการลงทุน โดยด้านปัจจัยบวก คือแรงหนุนจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดที่คาดการณ์ว่าจะยังสามารถเติบโตได้ต่อจากปีก่อนหน้า รวมถึงแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ แต่ปัจจัยลบที่สำคัญ คือระดับ Valuation ของตลาดในภาพรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นมาตลอดในระยะหลัง สะท้อนความคาดหวังกำไรสูงและการลงทุน CapEx เพิ่มในกลุ่มบริษัท AI/Tech ซึ่งหากผลไม่เป็นไปตามการคาดการณ์ อาจมีความผันผวนสูงขึ้นและมีการปรับฐานของตลาดได้
ในด้านมุมมองการลงทุน จากประเด็นเรื่อง Valuation ที่อยู่ในระดับสูงของหุ้นกลุ่ม tech และหุ้นสหรัฐฯ โดยรวม เราจึงเน้นเรื่องการกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มอื่นๆ ที่มีระดับ Valuation ยังไม่สูงมาก และมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่
1. ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งยังมีโครงสร้างที่น่าสนใจใน 2026 จาก 3 แรงหนุน ได้แก่ (1) การปฏิรูปตลาดและบรรษัทภิบาลที่ลึกขึ้น (2) ระดับ Valuation ที่ยังไม่แพงมาก และ (3) วัฏจักรเงินเฟ้ออ่อน ค่าจ้างเพิ่ม และนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่
2. ตลาดประเทศกำลังพัฒนา หรือ Emerging Markets (EM) โดยในปี 2025 ตลาด EM ได้แรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนลง รวมถึง Valuation ที่ยังไม่สูง ซึ่งเราคาดว่าในปี 2026 แรงหนุนทั้งสองปัจจัยจะยังช่วยหนุนตลาด EM ได้
3. หุ้นกลุ่ม Healthcare โดยแม้ปี 2025 จะถูกกดดันด้วยความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย แต่พื้นฐานยังคงน่าสนใจ โดยมีจุดเด่นด้านคุณลักษณะความ Defensive คือมีผลการดำเนินการที่แข็งแกร่งแม้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ ซึ่งสามารถลดความผันผวนของผลตอบแทนการลงทุนได้ รวมทั้งระดับ Valuation ยังอยู่ในจุดที่น่าสนใจ หลังจาก Underperform ตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ในภาพรวม เรามองว่าปี 2026 อาจมีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แต่ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังสามารถเติบโตต่อได้ เรายังมองว่ามีโอกาสที่การลงทุนในต่างประเทศจะยังสามารถให้ผลตอบแทนเป็นบวก แต่อาจลดลงต่ำกว่าช่วงที่ผ่านมา จากระดับ Valuation ที่ค่อนข้างสูงในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพระยะยาว การลงทุนในต่างประเทศยังมีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะกับการเป็นส่วนสำคัญของการลงทุนเพื่อการเกษียณ












