TH EN

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ

ธนาคารพร้อมดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยมีมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้ 

ประเภทสินเชื่อ แนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกค้า
สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน หรือ ลดภาระค่างวด เป็นเวลา 6 เดือน
(ตามความประสงค์ของลูกค้า)
สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire purchase)
รถทุกประเภท : วงเงินไม่เกิน 250,000 บาท
พักชำระเงินต้น เป็นเวลา 6 เดือน
สินเชื่อบ้าน
วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท
พักชำระเงินต้น 3 เดือน และ พิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามสถานการณ์ของแต่ละราย
สินเชื่อธุรกิจ SMEs
พักชำระเงินต้น เป็นเวลา 6 เดือน หรือชะลอการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน* ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน ถึง 22 ตุลาคม 2563
*หมายเหตุ ในระหว่างการชะลอหนี้ ธนาคารยังคงมีคิดดอกเบี้ยตามปกติ

 

หมายเหตุ

  • ในช่วงเวลาที่มีการเลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ธนาคารจะยังคิดดอกเบี้ยตามอัตราเดิม
  • กรณีพักชำระเงินต้น ลูกค้ายังคงต้องชำระดอกเบี้ยในวันครบกำหนดชำระค่างวดตลอดช่วงเวลาพักชำระเงินต้น
  • ลูกค้าที่มีสินเชื่อหลายประเภท สามารถได้รับความช่วยเหลือทุกประเภทตามเงื่อนไข

สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้างต้น สามารถขอรับความช่วยเหลือได้โดยกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

ช่องทางการติดต่อเข้าร่วมโครงการ

ลูกค้าสามารถกรอกแบบฟอร์ม เพื่อขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 2 สัปดาห์

ตรวจสอบผลการพิจารณาเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ

ลูกค้าสามารถตรวจสอบผลการพิจารณาเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อได้ที่นี่   ตรวจสอบข้อมูล

เอกสารการสมัครเข้าร่วมโครงการ

สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ขอให้ผู้เช่าซื้อ/ผู้กู้/ผู้กู้ร่วม/ผู้ค้ำประกัน ทุกท่านนำเอกสารไปยื่นเพื่อประกอบการพิจารณา อย่างละ 2 ชุด ดังนี้ 

กรณีบุคคลธรรมดา

  1. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เช่าซื้อ/ผู้กู้
  2. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)
  3. เอกสารรับรองจากทางราชการ (ถ้ามี)
  4. หนังสือรับรองเงินเดือน / สัญญาว่าจ้าง / ทะเบียนการค้า (ถ้ามี)
  5. หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี)


กรณีนิติบุคคล

  1. หนังสือรับรองบริษัท
  2. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจ
  3. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)
  4. หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี)

คำถามที่พบบ่อย

  • สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ
  • สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire purchase)
  • สินเชื่อบ้าน
  • สินเชื่อธุรกิจ SMEs

มาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย สำหรับลูกค้าที่ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 90 วัน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563

มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าเช่าซื้อ

ธนาคารทิสโก้มีมาตรการในการช่วยเหลือลูกค้าด้วยการปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้สินเชื่อเช่าซื้อที่ค้างชำระไม่เกิน 90 วัน การปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ดังกล่าวไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่จะต้องรายงานวันที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ

กรณีลูกค้าไม่มีค่างวดค้างชำระก่อนการบรรเทาหนี้

ธนาคารจะดำเนินการปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยให้ผ่อนชำระค่างวดเท่ากับดอกเบี้ยเช่าซื้อ* เป็นเวลา 6 เดือน และเริ่มชำระครั้งแรกในวันครบกำหนดแรกหลังจากได้รับการบรรเทาหนี้ จากนั้นให้ชำระเท่ากับค่างวดเดิมตามสัญญาเช่าซื้อ นอกจากนี้ธนาคารจะขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปอีก 6 เดือน

กรณีที่ลูกค้าไม่ได้รับการขยายระยะเวลาชำระหนี้ ลูกค้าจะต้องชำระค่างวดในงวดสุดท้ายเท่ากับค่าเช่าซื้อคงค้างทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆตามสัญญา (ถ้ามี) ทั้งหมด

กรณีลูกค้าค้างชำระไม่เกิน 3 งวด ก่อนการบรรเทาหนี้

ธนาคารจะดำเนินการปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยเลื่อนกำหนดชำระค่างวดที่ค้างชำระมาแล้ว  ไปเริ่มชำระในวันครบกำหนดแรกหลังจากได้รับการบรรเทาหนี้  และให้ผ่อนชำระค่างวดเท่ากับดอกเบี้ยเช่าซื้อ*  เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นให้ชำระเท่ากับค่างวดเดิมตามสัญญาเช่าซื้อ นอกจากนี้ ธนาคารจะขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปอีกไม่เกิน 9 เดือน  ( 6 เดือน บวกกับจำนวนงวดที่ลูกค้าค้างชำระก่อนเข้าร่วมมาตรการ)

ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยสำหรับช่วงเวลาที่เลื่อนกำหนดชำระค่างวดค้างชำระออกไป โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตามสัญญา และเงินต้นคงค้าง ณ วันที่ลูกค้าชำระเงินล่าสุด ตามระยะเวลาที่ค้างชำระก่อนเข้าร่วมมาตรการบรรเทาหนี้ จนถึงวันที่ครบกำหนดชำระแรกหลังจากได้รับการบรรเทาหนี้ (ดอกเบี้ยพักแขวน) โดยจะให้ลูกค้าชำระในงวดสุดท้าย

หมายเหตุ :  * ดอกเบี้ยเช่าซื้อ คำนวณจากเงินต้นคงเหลือ ณ วันที่ชำระค่างวดล่าสุด โดยใช้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตามสัญญา

 


มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าสินเชื่อจำนำทะเบียน

ธนาคารทิสโก้มีมาตรการในการช่วยเหลือลูกค้าด้วยการปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ที่ค้างชำระไม่เกิน 90 วัน โดยการให้พักชำระค่างวด 3 เดือน หรือพักชำระค่างวดบางส่วน 6 เดือนตามความประสงค์ของลูกค้า ซึ่งการปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ดังกล่าวไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่จะต้องรายงานวันที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ

1.กรณีพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน

กรณีลูกค้าไม่มีค่างวดค้างชำระก่อนการบรรเทาหนี้

ธนาคารจะดำเนินการปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน เริ่มจากวันครบกำหนดชำระแรกหลังจากได้รับการบรรเทาหนี้  หลังจากนั้นให้ชำระเท่ากับค่างวดเดิมตามสัญญาต่อไป  โดยธนาคารอาจขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปอีก 3 เดือน ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในระหว่างพักชำระหนี้จะถูกพักแขวนไว้และให้ลูกค้าชำระพร้อมกับค่างวดงวดสุดท้ายซึ่งจะประกอบด้วยดอกเบี้ยสำหรับงวดนั้น เงินต้นคงค้างทั้งหมด ดอกเบี้ยพักแขวน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามสัญญา (ถ้ามี)

กรณีลูกค้ามีค่างวดค้างชำระก่อนการบรรเทาหนี้

ธนาคารจะดำเนินการปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน เริ่มจากวันครบกำหนดชำระแรกหลังจากได้รับการบรรเทาหนี้ และสำหรับงวดที่ค้างชำระก่อนเข้าร่วมมาตรการ ธนาคารจะให้พักชำระด้วย หลังจากนั้นให้ชำระเท่ากับค่างวดเดิมตามสัญญาต่อไป โดยธนาคารอาจขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปอีกไม่เกิน 6 เดือน (3 เดือนบวกกับจำนวนงวดที่ลูกค้าค้างชำระก่อนเข้าร่วมมาตรการ) ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ลูกค้าค้างชำระก่อนได้รับการบรรเทาหนี้ รวมถึงดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในระหว่างพักชำระหนี้ จะถูกพักแขวนไว้และให้ลูกค้าชำระพร้อมกับค่างวดงวดสุดท้าย ซึ่งจะประกอบด้วยดอกเบี้ยสำหรับงวดนั้น เงินต้นคงค้างทั้งหมด ดอกเบี้ยพักแขวน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามสัญญา (ถ้ามี)

2.กรณีลดภาระค่างวด เป็นเวลา 6 เดือน

กรณีลูกค้าไม่มีค่างวดค้างชำระก่อนการบรรเทาหนี้

ธนาคารจะดำเนินการปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยให้ผ่อนชำระค่างวดเท่ากับประมาณการดอกเบี้ยรายเดือน* เป็นระยะเวลา 6 เดือน และให้เริ่มชำระในวันครบกำหนดแรกหลังจากได้รับการบรรเทาหนี้ หลังจากนั้นให้ชำระเท่ากับค่างวดเดิมตามสัญญา โดยธนาคารอาจขยายระยะเวลาการชำระค่างวดออกไปจากสัญญาเดิมอีก 6 เดือน โดยค่างวดสุดท้ายจะประกอบด้วยดอกเบี้ย และเงินต้นคงค้างทั้งหมด

กรณีลูกค้ามีค่างวดค้างชำระก่อนการบรรเทาหนี้

ธนาคารจะดำเนินการปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยให้ผ่อนชำระค่างวดเท่ากับประมาณการดอกเบี้ยรายเดือน* เป็นระยะเวลา 6 เดือน และสำหรับงวดที่ค้างชำระก่อนเข้าร่วมมาตรการ ธนาคารจะให้พักชำระด้วย โดยให้เริ่มชำระในวันครบกำหนดแรกหลังจากได้รับการบรรเทาหนี้ หลังจากนั้นให้ชำระเท่ากับค่างวดเดิมตามสัญญา โดยธนาคารอาจขยายระยะเวลาการชำระค่างวดออกไปจากสัญญาเดิมอีกไม่เกิน 9 เดือน (6 เดือน บวกกับจำนวนงวดที่ลูกค้าค้างชำระก่อนเข้าร่วมมาตรการ) ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ลูกค้าค้างชำระก่อนได้รับการบรรเทาหนี้ จะถูกพักแขวนไว้และให้ลูกค้าชำระพร้อมกับค่างวดงวดสุดท้าย ซึ่งจะประกอบด้วยดอกเบี้ยสำหรับงวดนั้น เงินต้นคงค้างทั้งหมด ดอกเบี้ยพักแขวน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามสัญญา (ถ้ามี)

หมายเหตุ : * ประมาณการดอกเบี้ยรายเดือน คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตามสัญญา และเงินต้นคงเหลือ ณ วันที่ครบกำหนดชำระเงินค่างวดครั้งล่าสุด เป็นรายวันจำนวน 35 วัน

ลูกค้ากรอกแบบฟอร์ม โดยแยกตามประเภทสินเชื่อ ดังนี้

กรณีบุคคลธรรมดา

ท่านสามารถตรวจสอบเงื่อนไขผ่อนชำระ และเลือกตกลงยอมรับ หรือ ปฏิเสธ ผ่านระบบ หากยอมรับเงื่อนไข ระบบจะแสดงข้อความ “ท่านได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ” ธนาคารจะส่ง sms ยืนยันการเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ พร้อมแจ้งค่างวดใหม่ที่ต้องเริ่มชำระ และจะจัดส่ง หนังสือยืนยันการอนุมัติเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ไปให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ภายใน 60 วัน เมื่อท่านตกลงเข้าร่วมมาตรการฯ แล้ว จะไม่สามารถยกเลิกได้


กรณีนิติบุคคล หรือชาวต่างชาติ 

หลังจากกรอกแบบฟอร์มแล้วเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อนัดหมายเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ที่สาขาที่ท่านสะดวก และทำเรื่องเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ซึ่งหากลูกค้าได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมมาตรการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ธนาคารจะส่ง sms ยืนยันการเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ พร้อมแจ้งค่างวดใหม่ที่ต้องเริ่มชำระ  และจะจัดส่ง หนังสือยืนยันการอนุมัติเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ไปให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ภายใน 60 วัน

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

จะช่วยบรรเทาภาระหนี้  เพิ่มสภาพคล่องในการใช้ชีวิตประจำวัน และ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากการลดภาระค่างวดตามาตรการช่วยเหลือของธนาคาร

ธนาคารคำนวณดอกเบี้ย แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อจำนำทะเบียน เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ณ วันที่ลูกค้าทำสัญญาและมีผลตลอดอายุสัญญา  การประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Floating Rate) ของธนาคารจึงไม่ส่งผลกระทบกับสัญญาของลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อ และจำนำทะเบียน  

เมื่อลูกค้าตกลงเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการได้อีก

สามารถยื่นขอสินเชื่อใหม่ได้ตามปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครดิตลูกค้าและพิจารณาเป็นรายกรณี

ลูกค้าที่มีสินเชื่อหลายประเภท จะได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อที่มีได้ทุกประเภทตามเงื่อนไข

ลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือและได้รับการอนุมัติจากธนาคาร จะถือเป็นลูกหนี้ปกติ ไม่รายงานว่าเป็นลูกหนี้ที่มีปัญหาในเครดิตบูโร ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานะหรือประวัติของลูกค้าที่มีอยู่ในเครดิตบูโรที่มีมาก่อนเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ

สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา (สัญชาติไทย)

สินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อจำนำทะเบียนสามารถลงทะเบียนผ่าน website ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ ในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถลงทะเบียนผ่าน website ได้ ลูกค้าสามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลจาก Call Center โทรศัพท์ 0 2633 6000 กด 1


สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา (ต่างชาติ) และลูกค้านิติบุคคล

ลูกค้าต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ มายังสาขา

กรณีบุคคลธรรมดา

  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เช่าซื้อ/ผู้กู้
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)
  • เอกสารรับรองจากทางราชการ (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองเงินเดือน / สัญญาว่าจ้าง / ทะเบียนการค้า (ถ้ามี)
  • หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี)

กรณีนิติบุคคล

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจ
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)
  • หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี)

ธนาคารงดเว้นค่าปรับและค่าติดตามทวงถาม สำหรับงวดที่อยู่ระหว่างพิจารณา ให้แก่ ลูกค้าทุกรายที่ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการฯ ช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน 2563

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2080 6000 หรือ 0 2633 6000 กด 1

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงิน
ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย

© สงวนลิขสิทธิ์ 2561 ธนาคารทิสโก้ จำกัด มหาชน