การบริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้วัดกันที่ยอดขายหรือกำไรในทางบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญที่เปรียบเสมือนกระแสเลือดหล่อเลี้ยงกิจการให้เดินหน้าต่อไปได้คือ “สภาพคล่อง” หากขาดปัจจัยนี้ไป ธุรกิจย่อมเผชิญกับภาวะชะงักงันจนอาจนำไปสู่ความล้มเหลวได้ในที่สุด บทความนี้จะพาผู้ประกอบการไปทำความรู้จัก เงินทุนหมุนเวียน การบริหารกระแสเงินสด และเทคนิคการจัดการด้านการเงินร่วมด้วย วันนี้ ทิสโก้ จะมาแนะนำแนวทางและรวบรวมข้อมูลสำคัญเพื่อให้ทุกธุรกิจ SME เข้าใจความหมายและวิธีการสร้างสภาพคล่องที่ยั่งยืน
เงินทุนหมุนเวียนคืออะไร
เงินทุนหมุนเวียน คือ สินทรัพย์ที่กิจการมีไว้ใช้หมุนเวียนในการดำเนินงานในชีวิตประจำวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่สะดุด เงินทุนหมุนเวียนส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ การผลิต การชำระค่าจ้างพนักงาน ไปจนถึงการสำรองไว้เพื่อรอการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้การค้า หากเปรียบธุรกิจเป็นรถยนต์ เงินทุนหมุนเวียน เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้ตลอดเวลา หากเชื้อเพลิงหมด แม้เครื่องยนต์จะดีแค่ไหน รถก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ เช่นเดียวกับธุรกิจที่มีกำไรสูงแต่ขาดเงินสดหมุนเวียน ก็ย่อมเผชิญความเสี่ยงที่จะต้องปิดตัวลง
ทำไมเงินทุนหมุนเวียนถึงมีความสำคัญและธุรกิจ SME ถึงขาดไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่ (Corporate)การรักษาระดับสภาพคล่องให้เพียงพอเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นการเข้าใจความสำคัญของเงินส่วนนี้จะช่วยให้วางแผนการเงินได้รัดกุมยิ่งขึ้น
- ช่วยเสริมสภาพคล่อง ไม่พลาดโอกาสทางธุรกิจ: การมีเงินสดพร้อมใช้ช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัวสูง สามารถตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น การซื้อวัตถุดิบในราคาพิเศษเมื่อซัพพลายเออร์ลดราคา หรือการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับออเดอร์ใหญ่ที่เข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้ธุรกิจไม่เสียโอกาสในการสร้างผลกำไรให้ธุรกิจ
- สร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าและซัพพลายเออร์: การชำระหนี้ตรงตามกำหนดเป็นอีกหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ การมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอช่วยให้สามารถจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการได้ตรงเวลา ซึ่งเป็นการสร้างเครดิตและความน่าเชื่อถือในระยะยาว ทำให้ได้รับเงื่อนไขการค้าที่ดีขึ้น เช่น ส่วนลดเงินสดหรือระยะเวลา Credit Term ที่ยาวขึ้น
- เป็นกันชนในยามวิกฤต หรือช่วงเศรษฐกิจผันผวน: ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ทำให้รายได้ลดลงชั่วคราว หรือกระแสเงินสดของกิจการเกิดสะดุด เงินทุนส่วนนี้จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันให้ธุรกิจยังคงสามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานและค่าใช้จ่ายคงที่ต่าง ๆ ได้ โดยไม่ต้องเร่งรีบกู้หนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงมาพยุงกิจการ
วิธีคำนวณเงินทุนหมุนเวียน พร้อมสัญญาณเตือนที่ SME ต้องระวัง
การบริหารจัดการการเงินที่ดีต้องเริ่มจากการวัดผลที่แม่นยำ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้วิธีการคำนวณเบื้องต้นเพื่อประเมินสถานะทางการเงินของตนเองในปัจจุบัน
สูตรคำนวณเงินทุนหมุนเวียน (สินทรัพย์หมุนเวียน – หนี้สินหมุนเวียน)
สูตรที่ใช้กันเป็นมาตรฐานระดับสากลคือ:
เงินทุนหมุนเวียน (Net Working Capital) = สินทรัพย์หมุนเวียน – หนี้สินหมุนเวียน
- สินทรัพย์หมุนเวียน: ได้แก่ เงินสด เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลัง
- หนี้สินหมุนเวียน: ได้แก่ เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ยืมระยะสั้น และค่าใช้จ่ายค้างจ่ายต่างๆ
ตัวอย่างการคำนวณ:
หากบริษัท A มีเงินสดและลูกหนี้การค้ารวม 1,000,000 บาท มีสินค้าคงคลังมูลค่า 500,000 บาท (รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 1,500,000 บาท) ขณะที่มีหนี้สินที่ต้องชำระภายในปีนี้ 800,000 บาท
จะเท่ากับบริษัท A มีเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 1,500,000 – 800,000 = 700,000 บาท ถือว่ายังมีสภาพคล่องที่เป็นบวก และหากเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายคงที่ของกิจการอย่างน้อย 3 – 6 เดือน ยิ่งถือว่ากิจการมีความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจระดับหนึ่ง
สัญญาณอันตราย เมื่อเงินทุนหมุนเวียนเริ่มติดลบ
เมื่อผลลัพธ์จากการคำนวณออกมาเป็น “ค่าติดลบ” อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นรุนแรงที่บอกว่าธุรกิจของคุณกำลังมีหนี้สินระยะสั้นมากกว่าทรัพย์สินที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของกิจการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีอาการที่ควรสังเกตดังนี้:
- เริ่มมีการขอเลื่อนการจ่ายเงินเดือนพนักงาน หรือจ่ายไม่ครบตามกำหนด
- ไม่สามารถสั่งซื้อวัตถุดิบมาผลิตสินค้าได้เพราะไม่มีเงินสดจ่ายซัพพลายเออร์ หรือติดค้างยอดชำระจนถูกระงับการส่งสินค้า
- ต้องนำเงินออมส่วนตัวหรือเงินกู้ส่วนบุคคลมาหมุนในบริษัทอย่างต่อเนื่อง
- มีการตึงตัวของกระแสเงินสดจนไม่สามารถชำระค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าเช่าสถานที่ได้ตามปกติ
วงจรเงินทุนหมุนเวียน เคล็ดลับบริหารเงินฉบับ SME
หัวใจของการบริหารสภาพคล่องไม่ได้อยู่ที่ปริมาณเงินเพียงอย่างเดียวแต่อยู่ที่ “ความเร็ว” หรือที่เรียกว่า วงจรเงินสด (Cash Conversion Cycle) หมายถึงระยะเวลาตั้งแต่ที่ธุรกิจจ่ายเงินซื้อวัตถุดิบ ผ่านขั้นตอนการผลิต การขาย จนกระทั่งสามารถเก็บเงินสดจากลูกค้ากลับมาได้จริง
ธุรกิจที่บริหารจัดการได้ดีเยี่ยมคือธุรกิจที่มีวงจรนี้สั้นที่สุด หากคุณสามารถซื้อวัตถุดิบโดยใช้ Credit Term จากเจ้าหนี้ 30 วัน ผลิตและขายภายใน 10 วัน และเก็บเงินจากลูกค้าได้ทันที วงจรของคุณจะยอดเยี่ยมมากเพราะคุณได้รับเงินมาก่อนที่จะต้องจ่ายออกไป ในทางกลับกัน หากสินค้าค้างสต็อก จมอยู่ในคลังนานหรือลูกหนี้ผัดวันประกันพรุ่ง ธุรกิจจะเกิดภาวะ “เงินจม”หรือเรียกกันว่า Sunk Cost และต้องหาแหล่งเงินอื่นมาสำรองไว้ใช้ในระหว่างทาง
ขาดสภาพคล่องทำอย่างไร รวมแหล่งหาเงินทุนหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ
หากพบว่าธุรกิจเริ่มมีอาการขาดสภาพคล่อง อย่ารอจนถึงวินาทีสุดท้าย ผู้ประกอบการควรพิจารณาทางเลือกในการเติมเงินเข้าสู่ระบบเพื่อขับเคลื่อนกิจการต่อ
การปรับปรุงการจัดเก็บหนี้และลดสต็อกสินค้า
เริ่มจากการบริหารจัดการจากภายใน ตรวจสอบลูกหนี้ที่ค้างชำระนานเกินกำหนดและเร่งติดตามอย่างใกล้ชิด อาจเสนอส่วนลดเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นให้ชำระเร็วขึ้น รวมถึงการบริหารสต็อกสินค้าไม่ให้มีสินค้าค้างสต็อกมากเกินไป เพราะสินค้าที่นอนอยู่ในโกดัง คือ เงินสดที่ถูกล็อคไว้ และไม่ได้สร้างกำไรให้กิจการ
สินเชื่อธุรกิจและเงินเบิกเกินบัญชี (OD) จากธนาคาร
การใช้เครื่องมือทางการเงินจากสถาบันการเงินเป็นวิธีที่เป็นระบบและมีความเป็นมืออาชีพ การขอวงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft – OD) ช่วยให้ธุรกิจมีวงเงินสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินหรือช่วงที่กระแสเงินสดขาดช่วงชั่วคราว โดยดอกเบี้ยจะคิดตามจำนวนเงินที่เบิกใช้จริง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและทำให้การบริหารจัดการการเงินมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น
เปลี่ยนทรัพย์สินเป็นทุน ด้วยสินเชื่อโฉนดแลกเงินเพื่อธุรกิจ
สำหรับ SME ที่มีสินทรัพย์แต่ขาดเงินสด การนำอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่มาเปลี่ยนเป็นสภาพคล่องก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เช่น มีอสังหาริมทรัพย์ ที่ดินเปล่า บ้าน อาคารพาณิชย์ หรือโกดังสินค้า สามารถนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับ สินเชื่อโฉนดแลกเงินเพื่อธุรกิจ จากธนาคารทิสโก้ เพื่อรับวงเงินกู้ก้อนใหญ่ ข้อดีคือการอนุมัติที่รวดเร็ว ช่วยให้คุณมีเงินทุนหมุนเวียนเข้ามาเสริมสภาพคล่องได้ทันที ตอบโจทย์ธุรกิจ ดังนี้
- วงเงินสูง: เสริมแกร่งธุรกิจ ด้วยวงเงินสูงสุด 50% ของราคาประเมินหลักประกัน
- ผ่อนสบาย: การเงินคล่องตัว ผ่อนได้สบายสูงสุด 120 เดือน
- สะดวก: แปลงสินทรัพย์เป็นเงินทุน โดยไม่ต้องขาย เพิ่มความคล่องตัวให้ธุรกิจไปได้ไกล เสริมแกร่งให้ธุรกิจมั่นคง
- ตอบโจทย์นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ: จะใช้ในการลงทุนขยายธุรกิจ เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง หรือใช้รวบหนี้ เพื่อลดภาระค่างวด ปิดหนี้นอกระบบดอกเบี้ยแพง ก็สามารถทำได้
ต้องการปรึกษาเรื่องสินเชื่อโฉนดแลกเงินเพื่อธุรกิจ SME มีที่ มีทุน TISCO โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 02-633-7222 หรือแอดไลน์ @TISCO
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียน
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) ที่ดีควรอยู่ที่เท่าไหร่
ตามมาตรฐานการเงินทั่วไป อัตราส่วนนี้ควรอยู่ที่ 1.5 – 2 เท่าขึ้นไปคำนวณได้จาก (สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน) หากค่าที่ได้มากกว่า 1 หมายความว่าธุรกิจมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากกว่าหนี้สินหมุนเวียนเพียงพอที่จะชำระหนี้ระยะสั้นได้สบาย ๆ แต่ถ้าตัวเลขนี้สูงเกินไป อาจหมายความว่า ขาดการบริหารเงินสดที่มีประสิทธิภาพ เช่น ปล่อยเงินแช่ไว้ในบัญชีเฉย ๆ โดยไม่นำไปลงทุนต่อ
เงินทุนหมุนเวียนต่างจาก เงินทุนจดทะเบียน อย่างไร
ความแตกต่างที่ชัดเจนคือ เงินทุนจดทะเบียนคือเม็ดเงินเริ่มต้นที่เจ้าของแจ้งไว้ตอนตั้งบริษัทเพื่อแสดงขนาดและฐานะความมั่นคงตามกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นตัวเลขทางบัญชีที่ถูกใช้ซื้อทรัพย์สินถาวรไปหมดแล้ว แต่เงินทุนหมุนเวียนคือ เม็ดเงินจริงที่มีการไหลเข้า-ออก และใช้จ่ายเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในแต่ละวัน เป็นตัวบ่งชี้ถึงความอยู่รอดในปัจจุบันมากกว่าขนาดของบริษัท
หากเงินจมไปกับสต็อกสินค้า (Dead Stock) ควรแก้ปัญหาเงินทุนหมุนเวียนอย่างไร
วิธีแก้ไขเร่งด่วนคือควรจัดโปรโมชัน หรือหาพาร์ทเนอร์ธุรกิจเพื่อจัดจำหน่ายสินค้า ช่วยระบายสินค้าค้างสต็อกออกไปให้เป็นเงินสดให้เร็วที่สุด แม้จะได้กำไรน้อยลงแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้เงินจมและสินค้าเสื่อมสภาพ ควบคู่ไปกับการเจรจายืดเวลาชำระหนี้กับซัพพลายเออร์ หรือพิจารณานำหลักทรัพย์ที่มีอยู่ เช่น โฉนดที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง มาขอสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้นเพื่อให้นำเงินมาหมุนเวียนในส่วนที่จำเป็นก่อน สามารถอ่านบทความทุนจม (Sunk Cost) ในธุรกิจ SME แก้ยังไง เพิ่มเติมได้
สรุปบทความ
การเข้าใจและบริหารจัดการสภาพคล่องถือเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการ SME เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและพร้อมรับมือกับทุกโอกาสที่จะเข้ามาในอนาคต สำหรับใครที่มีไอเดียอยากทำธุรกิจหรืออยากขยายกิจการให้เติบโตยิ่งขึ้น ธนาคารทิสโก้ พร้อมหนุนหลังและเป็นคู่คิดทางการเงินด้วยบริการ สินเชื่อโฉนดแลกเงินเพื่อธุรกิจ SME มีที่ มีทุน TISCO ช่วยเปลี่ยนสินทรัพย์ของคุณให้เป็นเม็ดเงินคุณภาพเพื่อเสริมเงินทุนหมุนเวียน ให้ธุรกิจของคุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร้ขีดจำกัด สนใจปรึกษาฟรี ทิสโก้พร้อมช่วยให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการไทยไปต่อได้
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
เงื่อนไขสินเชื่อและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
มีที่ มีทุน TISCO
ผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อโฉนดเพื่อธุรกิจ มีที่ มีทุน ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่















