TH EN

จับเทรนด์ลงทุน ยุค New normal

โพสต์เมื่อ 17 มิถุนายน 2563 | บทความโดย : คุณวรสินี เศรษฐบุตร หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้

ไวรัส COVID-19 ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมที่ว่านี้ อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้สินค้า และบริการจนไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้ ดังนั้น ท่ามกลางภาวะวิกฤตรอบนี้ นักลงทุนควรจะต้องเน้นจับเทรนด์การลงทุนที่เป็น “Megatrends” ซึ่งไม่ถูกรบกวน (Disrupt) จากปัจจัยลบ และมีศักยภาพการเติบโตในอนาคต … ธุรกิจเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ?

บริษัทในกลุ่ม “Megatrends” ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกาะกระแสเทรนด์ใหญ่ระดับโลก และมีอิทธิพลต่อผู้คนในวงกว้าง น่าจะเป็นหนึ่งในความหวังของนักลงทุน ที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนตอนนี้ โดย “คุณวรสินี เศรษฐบุตร หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้” ประเมินว่า มี 3 ธุรกิจหลัก ที่น่าสนใจอย่างมากใน ยุค New normal แบบนี้

...น่าสนใจชนิดที่เรียกได้ว่า ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาทุบสถิติสูงสุดในรอบปี ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนได้เลยทีเดียว

ค้าขายออนไลน์ … อ้าแขนรับออร์เดอร์ช่วงมาตรการ Lockdown

บอกได้เลยว่าช่วงที่หลายประเทศใช้มาตรการ Lockdown “ธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์” ได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะเมื่อประชาชนออกจากบ้านไปจับจ่ายสินค้าเหมือนปกติไม่ได้ แต่ยังจำเป็นต้องกินใช้สินค้าต่างๆ จึงทำให้การค้าขายออนไลน์ รวมถึงบริการส่งอาหารถึงบ้าน ตอบโจทย์กับภาวะแบบนี้เป็นอย่างมาก

และเนื่องจากประชาชนนิยมเข้ามาใช้บริการมากขนาดนี้ ทำให้หลายบริษัทที่ทำธุรกิจค้าขายออนไลน์ ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักลงทุนด้วย ยกตัวอย่างเช่น

  1.  Amazon : “แอมะซอน.คอม” เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ราคาหุ้นพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 2,530 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ที่อยู่ราว 2,106.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น 

  2. Paypal : ธุรกิจที่ทำให้สามารถจ่ายเงินและโอนเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ต แทนที่การจ่ายเงินสด เช็ค หรือบัตรเครดิต โดยผู้ซื้อจะจ่ายเงินผ่านระบบPaypal และผู้ขายจะเสียค่าบริการให้กับทางบริษัท โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 159.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ที่อยู่ราว 118.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

  3. Wayfair : บริษัท E-commerce สัญชาติอเมริกัน ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งมากมายกว่าสิบล้านรายการ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่บอสตัน มีสำนักงานสาขาและคลังสินค้าทั่วสหรัฐอเมริกา และในต่างประเทศ เช่น แคนาดา เยอรมัน ไอร์แลนด์ ฯลฯ ราคาหุ้นพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 197.06 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ที่อยู่ราว 101.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

เรียกได้ว่า “ธุรกิจค้าขายออนไลน์” รับประโยชน์จาก New normal ไปเต็มๆ แถมหลังจากนี้ยังมีแนวโน้มด้วยว่า การใช้บริการจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

Source :

https://finance.yahoo.com/quote/PYPL?p=PYPL&.tsrc=fin-srch
https://finance.yahoo.com/quote/AMZN?p=AMZN&.tsrc=fin-srch 
https://finance.yahoo.com/quote/W?p=W&.tsrc=fin-srch

As of : 8 June 2020


ดิจิทัล เฮลธ์แคร์

อีกหนึ่งธุรกิจที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด นั่นก็คือ ธุรกิจ “ดิจิทัล เฮลธ์แคร์” ที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล ซึ่งถือเป็นธีม Megatrends ที่ตอบโจทย์เรื่องการแก้ปัญหาด้านโรคภัย และไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาทำลายชีวิตมนุษย์ ดังนั้นบริษัทกลุ่มนี้ จึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น

  1. Moderna : ผู้พัฒนายาและวัคซีน เพื่อใช้ต่อสู้กับโรค COVID-19 ซึ่งในปัจจุบันได้มีการทดลองวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ในมนุษย์แล้ว และจากการที่ทั้งโลก กำลังรอความหวังจากวัคซีนนี้ จึงส่งผลให้ธุรกิจนี้ ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างมาก เห็นได้จากราคาหุ้นพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 87.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ที่อยู่ราว 35.49 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

  2. .Teladoc : ผู้ให้บริการเข้าพบแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือที่เรียกว่า “Telemedicine” เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ความยากลำบากในการเข้าพบแพทย์ช่วงที่เกิดไวรัสโควิดแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี ด้วยความโดดเด่นของธุรกิจ จึงทำให้ราคาหุ้นตอบรับ พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 428.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ที่อยู่ราว 290.61 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

  3. Dexcom : ผู้ผลิตเครื่องวัดระดับกลูโคสสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ราคาหุ้นพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 428.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ที่อยู่ราว 290.61 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

เมื่อ “ดิจิทัล เฮลธ์แคร์” คือ ธุรกิจที่เป็นความหวังในการเอาชนะโรคร้าย และไวรัสได้ นี่จึงเป็นหนึ่งใน Megatrends ที่นักลงทุนไม่ควรพลาด    

Source :

https://finance.yahoo.com/quote/MRNA?p=MRNA&.tsrc=fin-srch
https://finance.yahoo.com/quote/TDOC?p=TDOC&.tsrc=fin-srch
https://finance.yahoo.com/quote/DXCM?p=DXCM&.tsrc=fin-srch

As of : 8 June 2020


เทคโนโลยีการศึกษาออนไลน์...ความรู้เสิร์ฟถึงบ้าน

อุตสาหกรรมด้านการศึกษาออนไลน์ นับเป็นดาวรุ่งน้องใหม่ที่มาแรงอย่างมาก เพราะมีความโดดเด่นจากการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีเข้ามาสร้างความบันเทิงให้กับผู้เรียนได้แบบไม่น่าเบื่อ หรือ “Edutainment” 

โดยธุรกิจเทคโนโลยีการศึกษาออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ ผู้ให้บริการ E-learning หรือ สถาบันฝึกอบรมต่างๆ (Innovation Service), ผู้ผลิตเนื้อหาสื่อการสอน (Digital Content) และระบบหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น (System and Tools) ซึ่งจะพบได้ว่า หลายบริษัทในกลุ่มนี้ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น

  1. Instructure : ผู้ประกอบธุรกิจการให้ความรู้ผ่านระบบ LMS (Learning managment system) โดยจัดการเรียนการสอนผ่าน Website และ Application ซึ่งตอบรับกับยุคเรียนออนไลน์อย่างมาก เห็นได้จากราคาหุ้นพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 54.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ที่อยู่ราว 48.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

  2. Chegg : ผู้ให้บริการเช่า- ซื้อ-ขาย หนังสือเรียนออนไลน์ ราคาหุ้นพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 67.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ที่อยู่ราว 43.84 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

  3. Youdao : บริษัทด้านการเรียนรู้ในเครือของ NetEase ยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตของจีน ราคาหุ้นพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 29.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ที่อยู่ราว 20.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

“Edutainment” ไม่ได้มาแรงแบบชั่วครั้งชั่วคราว นี่คือ หนึ่งในโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีของนักลงทุน

Source :
https://finance.yahoo.com/quote/INST/
https://finance.yahoo.com/quote/CHGG?p=CHGG&.tsrc=fin-srch https://finance.yahoo.com/quote/DAO?p=DAO&.tsrc=fin-srch

As of : 8 June 2020


ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คุณจะทำความรู้จัก 3 ธุรกิจ “Megatrends” นี้ ให้ลึกซึ้งขึ้น..

© สงวนลิขสิทธิ์ 2561 ธนาคารทิสโก้ จำกัด มหาชน