ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป ธนาคารทิสโก้ บล.ทิสโก้ บลจ.ทิสโก้
โทรศัพท์: 0 2633 6888 ติดต่อ บริษัททิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ธรหแน
หน้าแรก> ลูกค้าบุคคล> สินเชื่อบุคคล> ความรู้สินเชื่อรถยนต์
บริการธนาคาร
สินเชื่อบุคคล
- สินเชื่อบ้าน
- สินเชื่อรถยนต์
- สินเชื่อทะเบียนรถยนต์
- ถาม-ตอบ
- สมัครสินเชื่อออนไลน์
การลงทุน
ประกันภัยธนกิจ
ประกาศขายทรัพย์สิน
ประมูลรถยนต์



ตารางเปรียบเทียบข้อแตกต่างเช่าซื้อ และลีสซิ่ง


  เช่าซื้อ เช่าแบบลีสซิ่ง
1. ระยะเวลา 12-48 เดือน 36-48 เดือน
2. การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้เช่า/เช่าซื้อ ทันทีเมื่อชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วน เมื่อผู้เช่าชำระเงินค่าซื้อซาก
3. ผู้เช่า/ผู้เช่าซื้อ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล นิติบุคคลเท่านั้น
4. การบันทึกบัญชีค่างวดจ่ายรายเดือน ชำระหนี้เช่าซื้อ ชำระค่าเช่า
5. ผู้บันทึกทรัพย์สินทางบัญชี ผู้เช่าซื้อ ผู้ให้เช่า
6. ผู้บันทึกค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน ผู้เช่าซื้อ ผู้ให้เช่า


1. ระยะเวลา กรณีของการเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อสามารถเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 12 - 48 เดือน
   แต่ในกรณีของการเช่าแบบลีสซิ่ง ผู้เช่าจะสามารถเลือกระยะเวลาการเช่าได้ตั้งแต่ 36 ถึง 48 เดือน

2. การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้เช่าซื้อหรือผู้เช่า ในกรณีของการเช่าซื้อ กฎหมายระบุไว้ว่ากรรมสิทธิ์
   จะโอนเป็นของผู้เช่าซื้อทันที เมื่อผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วน ส่วนในกรณีของการเช่าแบบ
   ลีสซิ่งเมื่อการเช่าจบสิ้นแล้ว ผู้เช่ามีสิทธิที่จะเลือกซื้อทรัพย์สินที่ตนเองเช่า โดยสามารถซื้อได้
   จากผู้ให้เช่าในราคาที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่วันทำสัญญาเช่าเมื่อผู้เช่าได้ชำระเงินค่าซื้อซากแล้ว
   กรรมสิทธิ์จะโอนเป็นของผู้เช่าทันที

3. การบันทึกบัญชีค่างวดจ่ายรายเดือน ในกรณีของการเช่าซื้อนั้น ค่างวดที่ผู้เช่าซื้อชำระรายเดือน
   ถือเป็นการชำระราคาของทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ดังนั้นให้บันทึกบัญชีเป็นการชำระหนี้เช่าซื้อ ส่วนใน
   กรณีของการเช่าแบบลีสซิ่งนั้น เงินที่จ่ายรายเดือนถือเป็นเงินชำระค่าเช่าทรัพย์สิน ดังนั้นให้บันทึก
   บัญชีเป็นค่าใช้จ่าย ค่าเช่า

หมายเหตุ: การบันทึกบัญชีค่าเช่านั้นให้บันทึกเต็มตามจำนวนที่ได้จ่ายจริงแต่ค่าเช่าที่จะนำมาใช้
เป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีรายได้นั้น จะบันทึกได้ไม่เกินจำนวน 36,000 บาทต่อเดือนในกรณี
ที่เป็นค่าเช่า ที่เกิดจากการเช่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่งเท่านั้นส่วนค่าเช่าที่เกิด
จากการ เช่าทรัพย์สินประเภทอื่นๆสามารถนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายได้ในการคำนวณภาษีรายได้เต็ม
ตามจำนวน

4. การบันทึกทรัพย์สินทางบัญชี ในกรณีของการเช่าซื้อ ถือว่าผู้ซื้อได้ซื้อทรัพย์สินนั้น ดังนั้นจึงให้
   ผู้เช่าซื้อบันทึกทรัพย์สินเป็นของผู้เช่าซื้อ ส่วนกรณีการเช่าแบบลีสซิ่ง เนื่องจากผู้เช่าเพียงแต่ทำการ
   เช่าทรัพย์สินโดยทรัพย์สินเป็นของผู้ให้เช่าดังนั้นผู้ให้เช่าจะเห็นผู้บันทึกบัญชีทรัพย์สินโดยผู้เช่าจะ
   บันทึกเป็นทรัพย์สินของผู้เช่าได้ต่อเมื่อได้ชำระค่าเช่าครบถ้วนและได้ใช้สิทธิที่จะเลือกซื้อทรัพย์สิน
   นั้นเพื่อเป็นของตนแล้วเท่านั้นการบันทึกค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินเพื่อให้สอดคล้องกับการบันทึกบัญชี
   ทรัพย์สินผู้ที่บันทึกบัญชีทรัพย์สิน จะเป็นผู้บันทึกการตัดค่าเสื่อมราคา จากทรัพย์สินที่ตัวเองบันทึก
   ไว้ในงบดุล

หมายเหตุ: การบันทึกการตัดค่าเสื่อมราคานั้น ให้บันทึกเต็มตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริงแต่ค่าเสื่อม
ราคาที่เกิดจากทรัพย์สินรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่งนั้น จะนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่าย
ในการคำนวณภาษีรายได้ โดยไม่เกินจำนวน 1,000,000 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือปีละ
200,000 บาทต่อปี ในกรณีที่การตัดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง


 
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ืที่
โทรศัพท์ : 0 2633 6000 กด 1
อีเมล์ : customerservice@tisco.co.th
 
ธุรกิจออนไลน์ในเครือ
รู้จักทิสโก้ ข่าวประชาสัมพันธ์
ร่วมงานกับทิสโก้
แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อธนาคาร
Privacy Policy Disclaimer